Monday, 16 March 2009

เร็ว ช้า หนัก เบา






เร็ว ช้า หนัก เบา


คำสอนจากนายห้าง ดร.เทียม โชควัฒนา




ปรัชญาชีวิตข้อนี้ต้องจดจำขึ้นใจ แล้วใช้เป็นหลักในการทำงาน


เป็นแนวทางของการปฏิบัติตนมิให้ผิดพลาดหรือล้มเหลว


เป็นการรู้จักการพิจารณาการทำงานแต่ละชิ้น แต่ละอัน


แล้วลงมือปฏิบัติได้ด้วยความพยายามอันถูกต้อง เหมาะสม


สอดคล้องกับจังหวะชีวิตที่ควรจะเป็น




งานบางอย่างเป็นงานที่รีรอชักช้าไม่ได้ ต้องรีบทำ เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า "น้ำขึ้นให้รีบตัก"


งานบางอย่างต้องตัดสินใจเร็ว แก้ไขเร็ว ทำให้จบเร็ว


ไม่เช่นนั้นปัญหาที่มีอยู่อาจจะลุกลามไปใหญ่โตกว้างขวาง


หรือโอกาสที่มีอยู่อาจสูญเสียไปก็ได้




งานบางอย่างเป็นงานที่ผลีผลามไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ค่อยเป็นค่อยไป


เหมือนสินค้าบางอย่างที่ทำ จะให้โตเร็วพรวดพราดไม่ได้


อาจจะต้องค่อยๆ ทำ อย่างค่อยเป็นค่อยไป จะได้ไม่ผิดพลาด


งานที่ต้องใช้เวลายาวนานแก้ไขใจร้อนไม่ได้ ก็ไม่ควรจะรีบร้อน


เพราะถ้าใช้เวลาน้อยเกินไป เร่งรีบเกินไป จะมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นได้




งานบางอย่าง ถ้าจะทำแล้วต้องโหมหนักเอาจริงเอาจัง


เหมือนการออกสินค้าบางตัว ในสภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง


เราอาจมีความจำเป็นที่จะต้องต่อสู้อย่างรุนแรง อันนี้ก็คือ สิ่งที่ต้องทำอย่างหนักหน่วง




" หมั่นพิจารณาอยู่เสมอว่า งานไหนทำก่อน งานไหนทีหลัง งานไหนต้องจริงจัง และงานไหนที่พอควร "




งานบางอย่างนั้นจะโหมเลยทันทีไม่ได้ ต้องค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ลอง


บางเวลาสิ่งที่เคยทำหนักยังอาจต้องผ่อนลงมาบ้าง


เพราะถ้าทุ่มเทเกินไป ก็มิใช่ว่า จะได้ประโยชน์มากขึ้น เสียเวลากับงานนั้นมากเกินไป


ทั้งๆ ที่ประโยชน์ที่พึงได้ก็ไม่คุ้ม งานอย่างนี้ก็ต้องทุ่มเทแต่พอควร




หลังปรัชญาข้างต้นนั้น จะทำให้เราหมั่นพิจารณาอยู่เสมอว่า งานชิ้นไหนต้องทำก่อน(เร็ว)


งานชิ้นไหนต้องทำทีหลัง (ช้า)


งานชิ้นไหนที่ต้องทุ่มเทอย่างจริงจัง (หนัก)


และงานชิ้นไหนที่ทุ่มเทแต่พอควร (เบา)


เพื่อให้เรากะจังหวะเวลาและกำหนดความเข้มข้นของความพยายาม


ที่เหมาะสมกับงานแต่ละชิ้นที่เราจะต้องทำ




No comments:

Post a Comment