ระบบสารสนเทศสถานศึกษาเอกชนและการบริหารจัดการเงินอุดหนุน(PSIS)
เข้าสู่ระบบได้ที่นี่ http://psis.opec.go.th/
ความเป็นมา
ในปี 2547 กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายในการเก็บรวบรวมข้อมูลโรงเรียน ครูและนักเรียน เป็นรายบุคคล เพื่อใช้ในการจัดทำฐานข้อมูลกลางระดับกระทรวง จึงมอบหมายให้หน่วยงานทุกสังกัดที่มีสถานศึกษาดำเนินการเก็บรวบรวมและจัดส่งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป. ซึ่งรายการข้อมูลที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดมีเป็นจำนวนมาก สช.จึงได้พัฒนาระบบเพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลขึ้น คือ
ระบบสารสนเทศสถานศึกษาเอกชน (PSI47) และในขณะเดียวกัน สช.จำเป็นต้องดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารจัดการเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน จึงได้พัฒนาระบบการขอรับเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน (SP47) และปรับปรุงเป็น(SP48) ในเวลาต่อมา
ซึ่งจากการวิเคราะห์รายการข้อมูลของระบบทั้ง 2 มีความใกล้เคียงและซ้ำซ้อนกัน สช.จึงได้ทำการพัฒนาระบบสารสนเทศสถานศึกษาและการบริหารจัดการเงินอุดหนุน(PSIS) ขึ้น เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานจัดทำข้อมูลทั้งในส่วนของโรงเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ สช.
วัตถุประสงค์
ในการพัฒนาระบบสารสนเทศสถานศึกษาและการบริหารจัดการเงินอุดหนุน (PSIS) มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลโรงเรียน ครู/บุคลากร และนักเรียนในโรงเรียนเอกชนในระบบ สำหรับใช้ในการบริหารจัดการเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน และเป็นข้อมูล
สำหรับการส่งเสริมด้านต่างๆ เช่น การดำเนินงานนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ด้านสวัสดิการต่างๆ ของครู/บุคลากร การพัฒนาคุณภาพครู/บุคลากร เป็นต้น
ลักษณะของระบบงาน
ระบบสารสนเทศสถานศึกษาและการบริหารจัดการเงินอุดหนุน(PSIS) มีลักษณะการทำงานดังนี้
1. ระบบงานมีฐานข้อมูลกลาง อยู่ที่ สช. เพื่อใช้รวบรวมข้อมูลของโรงเรียนเอกชนในระบบทั่วประเทศ
2. ทำงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต(Web Application) ซึ่งมีความสะดวกสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา (ไม่จำเป็นต้องมีการติดตั้งระบบ)
3. สามารถทำงานได้ 2 ลักษณะ คือ Online และ Offline (กรณีจำเป็น) ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของโรงเรียน
ขั้นตอนการทำงาน ระบบ PSIS
1. โรงเรียนเอกชนในระบบบันทึกข้อมูลโรงเรียน ครู/บุคลากร และนักเรียนผ่านระบบ PSIS
2. สช/สพท. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โรงเรียน ครู/บุคลากร และนักเรียน หากพบข้อผิดพลาด เจ้าหน้าที่แจ้งให้โรงเรียนแก้ไข
3. เมื่อข้อมูลถูกต้องสมบูรณ์ โรงเรียนจัดทำรายงาน (แบบ อน.ต่างๆ / แบบรายงานสถิตินักเรียน/นักศึกษา) ส่งหน่วยงานต้นสังกัด
4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สามารถจัดทำรายงานสรุปต่างๆ ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการเงินอุดหนุน และสถิติการศึกษาเอกชน
5. สช. สามารถจัดทำรายงานสรุปต่างๆ ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการเงินอุดหนุนและสถิติการศึกษาเอกชน
6. ข้อมูลจากระบบ PSIS สามารถให้บริการแก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชน เช่น
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงบประมาณกระทรวงการคลัง กองทุนสงเคราะห์ และธนาคารกรุงไทย เป็นต้น
7. ประมวลผลเป็นสถิติในภาพรวมสำหรับให้บริการแก่หน่วยงานและผู้สนใจทั่วไป
ประโยชน์ที่ได้รับ
ด้านข้อมูล
- ข้อมูลจากระบบ PSIS ไม่มีความซ้ำซ้อน มีความถูกต้อง ทันสมัย สามารถเรียกใช้ได้ทุกเวลา
- หน่วยงานต่าง ๆ ใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน มีความถูกต้อง/ตรงกัน ทำให้ข้อมูลน่าเชื่อถือ
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ สามารถขอใช้บริการข้อมูลเพื่อการส่งเสริมสนับสนุน การจัดการศึกษาเอกชนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการ
ความสะดวก
- ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา
- หากมีการปรับเปลี่ยนอัตราการอุดหนุนต่างๆ ในอนาคตสามารถทำได้ง่าย (ปรับเปลี่ยนที่เครื่องแม่ข่ายเท่านั้น)
- ไม่ต้องมีการนำระบบไปลงที่เครื่องของโรงเรียน (กรณีใช้ Online)
- สช/สพท. สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอดเวลา
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- สำนักงบประมาณ/กระทรวงการคลัง สามารถขอใช้บริการในการตรวจสอบ ข้อมูลการอุดหนุนต่าง ๆ จากระบบ PSIS
ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ/โปร่งใสในการดำเนินงานของทั้งในส่วนของโรงเรียนและ สช.
- กระทรวงศึกษาธิการ มีฐานข้อมูลกลางในภาพรวมของทุกสังกัด เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายต่างๆ ให้กับโรงเรียนภาครัฐและเอกชน
- กองทุนสงเคราะห์ สามารถขอใช้บริการข้อมูลจากระบบ PSIS เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ และตรวจสอบความถูกต้องกับธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารกรุงไทย สามารถขอใช้บริการข้อมูลจากระบบ PSIS ในการดำเนินงานเรื่องการส่งเงินสมทบ 3%
แผนการดำเนินงาน การใช้ระบบสารสนเทศสถานศึกษาและการบริหารจัดการเงินอุดหนุน
ในส่วนของโรงเรียน คือ มีการทดสอบระบบ ปรับปรุง/จัดทำข้อมูล จัดทำรายงานต่างๆ
สช. คือ การปรับระบบให้มีประสิทธิภาพ ทดสอบ/ปรับฐานข้อมูลกลาง ฝึกอบรมการใช้ PSIS ติดตาม / ตรวจสอบ
สช.
1. สช. ดำเนินการจัดหาครุภัณฑ์และปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพ
2. ทำการทดสอบระบบ และปรับปรุงฐานข้อมูลกลาง โรงเรียนสามารถส่งข้อมูลจากระบบ SP48 หรือ PSI47 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดมายัง สช. ได้
ภายในเดือนมีนาคม ทาง e-mail ที่ http://psis@opec.go.th
3. ดำเนินการฝึกอบรมการใช้ระบบ PSIS ให้แก่โรงเรียนและเจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 10 พฤษภาคม
ดังนั้น โรงเรียนที่ได้รับการฝึกอบรมสามารถดำเนินการบันทึกข้อมูล/ปรับปรุงแก้ไขได้ทันที หลังจากได้รับการอบรม
4. สช. และ สพท. ติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนผ่านระบบ PSIS กรณีมีปัญหาจะได้ปรับปรุงแก้ไข
โรงเรียน
1. สช. เชิญโรงเรียนเพื่อทำการทดสอบระบบและความถูกต้องต่าง ๆ ระหว่างกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนมีนาคม จำนวน 22 โรงเรียน
2. โรงเรียนที่ได้รับการฝึกอบรมสามารถดำเนินการบันทึกข้อมูล/ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลในระบบ
3. โรงเรียนที่ทำการบันทึกข้อมูล/ปรับปรุงแก้ไขเสร็จสมบูรณ์ สามารถจัดทำรายงานอุดหนุนต่าง ๆ ได้ทันที
No comments:
Post a Comment