Wednesday, 18 March 2009

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาท

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาท
นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาท ควรเปลี่ยนชื่อเป็น “เงินกตัญญู 500 บาท”

เปิดรับลงทะเบียนผู้สูงอายุ จนถึง 16 มีนาคมนี้ เพื่อรับเงินช่วยเหลือ 500 บาท จึงอยากเชิญชวนให้ผู้ที่อยู่ในข่ายดังกล่าวลงชื่อเพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง ...

การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่ผู้มีสิทธิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 1 ครั้ง ในอัตราเดือนละ 500 บาท ดังนี้ ...


ขอเชิญชวนผู้สูงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สัญชาติไทย เกิดก่อนวันที่ 1 เม.ย.2492 และไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ/ท้องถิ่น มาลงทะเบียนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุพร้อมกันทั่วประเทศ 26 ก.พ. 52 - 15 มี.ค.52

ที่มา
http://www.m-society.go.th/news_detail.php?newsid=2909&groupid=
http://www.oppo.opp.go.th/
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255202230293&tb=N255202
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=124303
-:- หลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พ.ศ. 2552 (พม.)
-:- การเตรียมความพร้อมในการสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุเพื่อดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล (มท.)
-:- ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
-:- แบบคำขอขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุพร้อมหนังสือมอบอำนาจ
กรุงเทพมหานคร
ต่างจังหวัด

"การสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่มีคุณค่า มีเกียรติภูมิ คงศักดิ์เป็นมนุษย์ มีวิถีชีวิตที่ไม่แปลกแยกจากชุมชน และอยู่กับครอบครัวได้อย่างปกติสุข" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ประกาศเจนารมณ์มุ่งส่งเสริมและสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง โดยการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุรายเดือนๆ ละ 500 บาท(ตลอดชีพ) ตั้งแต่เมษายน พ.ศ.2552 เป็นต้นไป ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่มีคุณค่า มีเกียรติภูมิ คงศักดิ์ความเป็นมนุษย์ มีวิถีชีวิตที่ไม่แปลกแยกจากชุมชน และอยู่กับครอบครัวได้อย่างปกติสุข

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ
มีสัญชาติไทย
มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป โดยเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2492
ส่วนผู้สูงอายุที่ทราบเพียงปีเกิดแต่ไม่ทราบวันและเดือนเกิดให้ถือว่าเกิดวันที่ 1 ม.ค.ของปีนั้นๆ
ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ ผู้รับเงินเบี้ยยังชีพตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย หรือกรุงเทพมหานคร ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่จัดให้เป็นประจำ
ต้องไม่เป็นผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์คนชราที่รัฐดูแลอาหารและที่พักให้อยู่แล้ว
กรณีที่เป็นพระสงฆ์ หากเป็นเจ้าอาวาสจะไม่สามารถขอรับเงินได้
แต่ถ้าเป็นพระลูกวัดจะสามารถยื่นเรื่องขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้

หลักฐานประกอบการยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีรูปถ่ายพร้อมสำเนา
สำเนาทะเบียนบ้าน
สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อมสำเนาสำหรับในกรณีประสงค์ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร (ทุกธนาคาร)กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะต้องเป็นธนาคารกรุงไทย , ธกส. หรืออื่นๆ ให้เป็นไปตามนั้น เนื่องจากเป็นนโยบายของแต่ละเขต

ขั้นตอนการยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติครบตามรายละเอียดข้างตน สามารถยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ด้วยตนเอง
ในกรณีที่ผู้สูงอายุมีความจำเป็นที่ไม่สามารถมาลงทะเบียนยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้
(สามารถขอรับแบบฟอร์มได้ที่สำนักงานเขต องค์การบริหารส่วนตำบล หรือใช้หนังสือมอบอำนาจทั่วไปก็ได้)
การยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552-15 มีนาคม 2552

สถานที่ลงทะเบียนยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
เขตภูมิภาค ยื่นได้ที่ เทศบาล / อบต. ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
เขตกรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่สำนักงานเขต ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น. ทุกวัน โดยไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่ผู้มีสิทธิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 1 ครั้ง
ในอัตราเดือนละ 500 บาท ดังนี้
จ่ายเป็นเงินสด หรือโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
จ่ายเป็นเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร
การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตั้งแต่เดือน เมษายน พ.ศ.2552 เป็นต้นไป และสิทธิของบุคคลดังกล่าวสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
ถึงแก่กรรม
ขาดคุณสมบัติ
แจ้งสละสิทธิการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอยู่

สอบถามเพิ่มเติม
ศูนย์ประชาบดี โทร. 1300
ศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน โทร.1111 ตลอด 24 ชั่วโมง
สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร โทร 0-2245-5166 ในวันและเวลาราชการ (เฉพาะกรุงเทพมหานคร)

"ผู้สูงอายุ คือคุณค่าของสังคม"

No comments:

Post a Comment